วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดวงจิตของมนุษย์

ป้าอยากจะอธิบายลักษณะดวงจิตของมนุษย์ทุกผู้ทุกนามว่าเป็นไปในลักษณะเดียว..จากการปฎิบัติกรรมฐานป้าได้มองลึกลงไปในดวงจิต จนมองเห็นความหัศจรรย์ของดวงจิตนี้ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดของมนุษย์ชาติอย่างที่เปรียบไม่ได้ เรามัวแต่เพ่งมองไปข้างนอก..กายของเราจนหลงลืมเพ่งมองเข้าไปดุภายในดวงใจของเรา..และก็เลยมองข้ามและไม่สนใจ ในสิ่งที่มหัศจรรย์อันนี้ไปมากมายสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถมองเห็นดวงจิตที่แท้จริงของตน..ป้าก็อยากจะบอกเล่าถึงลักษณะที่แท้จริงของดวงจิตของมนุษย์ให้กับพวกเราทุกคนได้รับรู้แต่เพี่ยงเข้าใน สิ่งนี้ จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง จะต้องมองดวงจิตของตนเองและพิจารณาดวงจิตของตนเองจึงจะเข้าใจตามที่ป้าได้อธิบายจริง ๆ
       ดวงจิตมนุษย์ทั่ว ๆไป เป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่มีพลังงานมากมายมหาศาลเปรียนได้กับพลังงานที่มีอนุภาพมากมายและไม่มีที่สิ้นสุดพลังงานที่เปล่งออกมา..ไม่สามารถจับต้องได้เป้นรูปธรรม..และสามารถทำสิ่งที่เป้นไปไม่ได้ในโลกมนุษย์..แต่..ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีของยกเว้นเสมอ..ที่พลังงานเหล่านี้ไม่สามารถ เปล่งประกายและอนุภาพของพลังงานอันประเสริฐสุดวิเศษ นี้ออกมาได้ดังใจปรารถนาแต่ถูกสกัดกั้นด้วยอารมณ์ชนิดหนึ่งที่เรียกกันให้เป็นที่รู้ในโลกมนุษย์ว่าอารมณ์ กิเลส..ความต้องการ..หรือว่าความชั่วร้าย..หรือความคิดด้านที่ไม่ดีของมนุษย์..ซึ่งสามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้จากดวงจิตที่ถูกห่อหุ้มด้วยสิ่งที่มืดดำ..อันไม่ใช่ดวงจิตอันปรกติดั้งเดิมที่มีแสงสว่างเป้นประกายงดงาม..ดุจแสงประกายพฤกษ์อันสดใสและสวยงามดุจดวงดาวบนท้องฟ้า แต่ทว่า ดวงจิดของมนุษย์นี้กลับถูกห่อหุ้นจนบดบังรัศมีอันสวยงามเป้นชั้น ๆ มากบ้างน้อยบ้าง ตามลำดับศีลธรรมในตัวของเจ้าของดวงจิต..ดวงจิตที่ห่อหุ้มจะหนาหรือบางนั้น..ล้วนมาจากอดีตชาติของเจ้าของดวงจิตในแต่ละชาติที่ทำทั้งกรรมดีและชั่วเอาไว้ทั้งสิ้น..และสีดำที่ปรากฎห่อหุ้มดวงจิต ก็แสดงถึงกรรมดีกรรมชั่วที่แต่ละดวงจิตได้กระทำเอาไว้มากบ้างน้อยบ้าง แตกต่างกัน และทุกเหตุการณ์ที่กระทำในชาติต่าง ๆ นั้นได้ถูกบันทึกเอาไว้ในดวงจิตทั้งหมดทั้งสิ้นดังนั้นดวงจิตของมนุษย์นี้ก็เปรียบเสมือน เทป ที่ไม่มีวันกรอกลับ มีแต่บันทึกไปข้างหน้าอย่างเดียวเท่านั้น..ดังนั้นไม่ว่าเราจะเศร้า.. จะดีใน จะมีความสุข ทุกอย่างจะทำให้ดวงจิตนี้สั่นสะเทือนและเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในทุกเวลานาที..สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ก่อให้เกิดแรงผลักในด้านลบเกิดขึ้นในดวงจิดและทำให้เป้นพลังงานที่ประทุอยู่มากมายด้านในทำให้มนุษย์ ทำสิ่งที่คาดไม่ถึงและตกอยู่ภายใต้อารมณ์ ของความต้องการด้านไม่ดี ๆ ถ้าทำให้ดวงจิตสั่นสะเทือนในด้านไม่ดีและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และเป้นสาเหตุให้มนุษย์หลายต่อหลายคน ทำผิด ร้ายแรงอย่างไม่น่าจะให้อภัย ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากพลังงานทั้งหลายที่เป็นพลังงานที่แท้จริงที่อยู่ภายในแกนในของดวงจิตมนุษย์ เป็นพลังงานจิตดี ที่อยู่เหนือการควบคุมถูกกำซาบไปด้วยอารมณ์ ที่ดำมืดและซึมซับไปจนเกือบจะเป็นส่วนเดียวกัน..แต่ ยังไม่เป็นส่วนเดียวกันในส่วนสำคัญภายในเพราะว่าส่วนที่ลึกที่สุดที่เป้นส่วนที่ก่อกำเนินพลังงานไม่ได้ถูกควบคุม..และเป้นธรรมชาติของดวงจิตที่จะต้องพยายามสะบัดเอาสิ่งที่ห่อหุ้มนี้ออกตลอดเวลา แต่ว่าทำไม่ได้ ดังนั้นก็กลับกลายเป็นว่า กลายเป็นแรงเหวี่ยงพลังงานด้านลบออกไปแทน ดังนั้นเราจึงเห็นอารมณ์ที่รุนแรงออกไปแทนที่ในเมื่อดวงจิตเหล่านั้นถูกครอบงำด้วยอารมณ์.ความอยากและความต้องการมากมาย ..ดังนั้นมนุษย์ จึงมีแต่ความต้องการที่จะระบายทุกสิ่งทุกอย่างออกไป บางคนเอาอารมณ์ต่าง ๆ ไประบายกับคนที่อ่อนแอกว่าเป็นต้น..หรือทำร้ายคนอื่นเพื่อระบายอารมณ์..นี่เป้นสิ่งที่ดวงจิตเกิดการสั่นสะเทือนในด้านลบนั้นเอง..จึงเกิดแรงเหวี่ยงในด้านลบออกมาทันที..ถ้าเรารู้เท่าทันดวงจิต..เราสามารถหยุดการสั่นสะเทือนนี้ได้..ถ้าเราพยายามขจัดสิ่งที่เป้นด้านลบในดวงจิต..ความอยาก..ความมืดดำที่ห่อหุ้มดวงจิต..ถ้าถูกขจัดออกไปได้อย่างถูกวิธี จะสามารถทำให้การสั่นเสทิอนของดวงจิตลดน้อยลงไป..และแรงเหวี่ยงในด้านลบก็ลดน้อยลงไปด้วย..วิธีที่ดีที่สุดในวิธีพุทธก้ได้สอนเอาไว้มากมาย..ถ้าเริ่มในการพิจารณาดวงจิด..มองเห็นดวงจิตของตนเสียก่อนว่ามีพลังงานในด้านลบครอบงำมากมายเท่าไร..และพยายามหยุดและลอกเอาพลังงานในด้านลบนั้นออกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เราจะเข้าใจโลกได้มากและเกิดปัญญารับมือกับสิ่งต่าง ๆ และก็ดวงจิตของเราก็จะมีพลังมากขึ้น ๆ จนทำในสิ่งที่วิเศษมากมายได้..เพราะจิตเดิมของเรามหัศจรรย์มาก..จนสามารถทำให้ไม่เกิดความขัดแย้งใด ๆให้เกิดขึ้นในโลกมนุษย์นี้ได้มากมายเลยทีเดียว ถ้าใครเชื่อ..ก็จงหันไปพิจารณาดวงจิตของตนให้เร็ววันเถอะ..แล้วพิจารณาดูว่ามันจริงหรือไม่..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น