วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

เมื่อคุณป้าเจอผี...ตอน 2

เมื่อประมาณ เดือน มกราคม 56 ป้าได้เดินทางไป กรุงเทพ มหานคร เพื่อไปทำธุระ ป้าได้ไปพักกับเพื่อนรุ่นน้องของป้า ที่ซอยวัดทองธรรมชาติ ที่พักของเพื่อนป้านั้นอยู่ใกล้กับหอกระจายเสียงที่เลยวัดทองธรรมชาติไปอีกนิดหนึ่ง..คินแรกที่ป้าได้พักที่นั็น..ป้าไปโดยไม่เคยรู้ประวัติของที่นี่เลยว่าเป็นอย่างไร ป้าก็ทำตัวปรกติ ไม่ได้สงสัยเลยว่าคืนนี้จะเป้นคืนที่สยองขวัญ..หรือเจอะเจออะไรที่เหนือธรรมชาติ เลย..ป้าถึงที่พักประมาณ  หกโมงเย็นก็เตรียมตัวอาบน้ำกินข้าวและก็ขึ่้นห้องนอนเตรียมตัวจะพักผ่อนเพราะว่าพรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปทำธุระแต่เช้าตรู่จนกระทั้งเวลาได้ดำเนินไป ประมาณ สองทุ่มครึ่ง บรรดาหมาที่อาศัยอยู่ที่ซอยที่บ้านพักก็พร้อมใจกันหอนเสียงดังระงม  ป้าพักอาศัยอยู่ชั้่นบนของบ้านในซอยนั้นก็ได้มองออกไปที่หน้าต่างชั้นบน..ลงไปตามเสียงหมาหอน..คุณพระช่วย อะไรนั้น ตระคุ้ม ๆ อยู่ในความมืดสิ่งที่ป้ามองเห็น เป็นกลุ่มผู้คน จำนวนมากกำลังเดินมาจากก้นซอยตรงก้นซอยของที่นี่มีต้นไม้ใหญ่และมีศาลเพียงตาอยู่ศาลหนึ่งป้ามองเห็นว่าผู้คนกลุ่มใหญ่ กำลังเดินจากก้นซอยยมาทางบ้านพักที่ป้าอาศัยอยู่ผู้คนแออัดยัดเยียด และหนึ่งในจำนวนนั้นมีคนหนึ่งร่างกายผอมสูง เดินนำหน้ามาแล้วเมื่อเดินเข้ามาใกล้..ผู้ชายที่เดินนำหน้านั้น ป้าเห็นถนัดชัดเจนเลยว่าตาโปน หัวโต มือเท่าใบลาน(ใหญ่มาก)ปากเล็กนิดเดียวแล้วป้าก้ได้ยินเสียงมันร้องกรีดๆ พูดจาไม่เป็นภาษานี่มันเปรตชัด ๆ แล้วพวกที่เหหลือละที่ป้าเห็นเป็นเพี่ยงผู้คนที่มีร่างกายดำมืดเดินชนกันไปชนกันมา..พวกมันไม่เห็นป้าและไม่สนใจด้วยที่ซอยวัดทองธรรมชาตินี้มีซอยย่อยอยู่หลายซอยและมีทางทะลุไปที่ท่าเรือข้ามฝากด้วยพวกมันเดินไปที่ปากซอยและแยกกันเป้น 2 พวก ส่วนมากเดินยกโขยงกันไปที่ท่าเรือ  มีอยู่ 2-3 คน ที่ไปทางเข้าวัดทองธรรมชาติ..เมื่อพวกมันเดินไปหมดแล้วหมามันก็หยุดหอนลงทันที ด้วยความสงสัยป้าก็ได้บอกสิ่งที่ป้าเห็นให้กับเพื่อนของป้า..เพื่อนของป้าถึงกับตกตลึงพรึ่งเพริด และบอกกับป้าว่า ที่นี่ ขึ้นชื่อลือชาเรื่องผี ๆ มีคนเจอและรำลือว่าผีดุมาก และผีเปรตที่ป้าเห็นเพื่อนของป้าคิดว่าเป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ก้นซอยนี้และได้ตายไปไม่นานมานี่เอง มีนิสัยเกเรและเป็นอันตพาล..ชอบด่าว่าพ่อแม่เป็นประจำ..และมีนิสัยชอบทำตัวเป้นหัวโจกนำพวกขี้ยาหรือพวกเกเรเหมือน ๆ กัน ป้าได้ฟังก็รู้สึกขนลุกขนพองเป็นอันมาก.จึงบอกให้เพื่อนของป้ารีบเข้านอนอย่างรวดเร็๋ว..แล้วเพื่อนก็บอกป้าทัิงท้ายด้วยว่าปรกติจะมีหมาหอนเป็นประจำ แต่วันนี้มันหอนเร็ว ปรกติจะหอนเวลาประมาณ ห้าทุ่มกว่า ๆ และเพื่อนของป้าก็เพิ่งจะรู้จากป้าวันนี้แหละว่าหมามันหอนกันทำไม..บรื๊สสสส....

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

เมื่อคุณป้าไปเจอนางฟ้า

  วันหนี่งอีกหลาย ๆวันที่ป้าได้หลับไปแล้วฝัน..เป็นเรื่องราวที่น่าหัศจรรย์ใจ....และได้ไปเห็นสิ่งที่คิดว่ามันเหลือเชื่อมาก .อีกครั้งหนึ่งในหลาย ๆ วันที่คิดว่าตนเองได้ถอดจิตไปจริง ๆ วันนั้นป้าฝันไปว่าตนเองได้ไปอยู่ ณ.สถานที่แห่งหนึ่งที่สวยสดงดงามมาก..ทุกอย่างตระกานตา..ทุกคนที่ป้าพบ ล้วนเป็นผู้หญิง รูปร่างสวยงาม..แต่งตัวไม่เหมือนเราเลย ทุกอย่างล้วนอลังกาน.ชุดที่ใส่ เป้นชุดราตรียาวนะป้าว่า..บนหัวมีมงกฎประดับด้วยเพชรพลอยของมีค่า..ที่ป้าเจอเป็นผู้หญิงแต่งกายแตกต่างกันด้วยสีสันที่ต่างกันคนละเฉดสี แต่ทุกคนล้วนประดับประดาอย่างสวยงามบนเรือนร่าง..มีจำนวน 4 คน ทุกคนพูดจาทักทายป้า..ด้วยปิยวาจา..น้ำเสียงไพเราะมาก..จากที่ฟังคำพูด ป้าก็สรุปได้ว่าทั้ง 4 นางนั้น มีสามมีคนเดียวกัน 3 คน เป้นผุ้ที่เข้ากันได้ดี  มีเพียง คนเดียว ที่มีคักดิ์ น้อยกว่าเพื่อน อาจจะมีอายุน้อยกว่าหรืออาจจะเป้นคนสุดท้ายก็ได้่ ทำให้ไม่เป้นที่ไว้วางใจอะไรบางอย่าง.. ทำให้อีก 3 คนคิดว่า คนสุดท้ายนี้จะทำอะไรให้ ป้ามีอันตราย..ซึ่งทำให้คนที่ 4 สุดท้ายนี้ น้อยใจและแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ทุกคนและป้าเห็นว่าเขา ไม่มีอะไรซุกซ่อนเอาไว้เพื่อทำอันตรายป้า..โดยวิธีที่ทำให้ป้าตกตลึงพรึงเพริดอย่างที่สุดคะ.. ป้าอยากจะเรียกพวกนางทั้ง 4 ว่านางฟ้า ทั้ง 4 องค์คะ.. เพราะว่าสิ่งที่ป้าเห็นป้าคิดว่านางฟ้า องค์ ที่ 4 เปลือยกายให้ป้าเห็นแบบจ๊ะๆๆ คะ สิ่งที่ป้าเห้นไม่สามารถอธิบายได้เป็นคำพูดให้เข้าในง่ายได้เลยคะ..เคยเห็นนางงานจักรวาลที่สวยที่สดในโลกเปลือยกายมัยคะ..ประมาณนั้นคะ..และป้าคิดว่าผิวเขาสวยกว่านั้นอีกคะ..และวาดลวดลายดอกไม้ทั่วทั้งร่างคะจนดูสวยงามมากไม่อุจาดตาและคะ เหมือนงานศิลปะมากกว่าคะ..แล้วน่าขำมัยคะความที่ป้าไม่เคยเห็นนางฟ้าเปลือยกายมาก่อนทำให้ตกตลึง ถึงกันสะดุ้งตื่นเลยคะ..

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

ดวงจิตของมนุษย์

ป้าอยากจะอธิบายลักษณะดวงจิตของมนุษย์ทุกผู้ทุกนามว่าเป็นไปในลักษณะเดียว..จากการปฎิบัติกรรมฐานป้าได้มองลึกลงไปในดวงจิต จนมองเห็นความหัศจรรย์ของดวงจิตนี้ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดของมนุษย์ชาติอย่างที่เปรียบไม่ได้ เรามัวแต่เพ่งมองไปข้างนอก..กายของเราจนหลงลืมเพ่งมองเข้าไปดุภายในดวงใจของเรา..และก็เลยมองข้ามและไม่สนใจ ในสิ่งที่มหัศจรรย์อันนี้ไปมากมายสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถมองเห็นดวงจิตที่แท้จริงของตน..ป้าก็อยากจะบอกเล่าถึงลักษณะที่แท้จริงของดวงจิตของมนุษย์ให้กับพวกเราทุกคนได้รับรู้แต่เพี่ยงเข้าใน สิ่งนี้ จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง จะต้องมองดวงจิตของตนเองและพิจารณาดวงจิตของตนเองจึงจะเข้าใจตามที่ป้าได้อธิบายจริง ๆ
       ดวงจิตมนุษย์ทั่ว ๆไป เป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่มีพลังงานมากมายมหาศาลเปรียนได้กับพลังงานที่มีอนุภาพมากมายและไม่มีที่สิ้นสุดพลังงานที่เปล่งออกมา..ไม่สามารถจับต้องได้เป้นรูปธรรม..และสามารถทำสิ่งที่เป้นไปไม่ได้ในโลกมนุษย์..แต่..ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีของยกเว้นเสมอ..ที่พลังงานเหล่านี้ไม่สามารถ เปล่งประกายและอนุภาพของพลังงานอันประเสริฐสุดวิเศษ นี้ออกมาได้ดังใจปรารถนาแต่ถูกสกัดกั้นด้วยอารมณ์ชนิดหนึ่งที่เรียกกันให้เป็นที่รู้ในโลกมนุษย์ว่าอารมณ์ กิเลส..ความต้องการ..หรือว่าความชั่วร้าย..หรือความคิดด้านที่ไม่ดีของมนุษย์..ซึ่งสามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้จากดวงจิตที่ถูกห่อหุ้มด้วยสิ่งที่มืดดำ..อันไม่ใช่ดวงจิตอันปรกติดั้งเดิมที่มีแสงสว่างเป้นประกายงดงาม..ดุจแสงประกายพฤกษ์อันสดใสและสวยงามดุจดวงดาวบนท้องฟ้า แต่ทว่า ดวงจิดของมนุษย์นี้กลับถูกห่อหุ้นจนบดบังรัศมีอันสวยงามเป้นชั้น ๆ มากบ้างน้อยบ้าง ตามลำดับศีลธรรมในตัวของเจ้าของดวงจิต..ดวงจิตที่ห่อหุ้มจะหนาหรือบางนั้น..ล้วนมาจากอดีตชาติของเจ้าของดวงจิตในแต่ละชาติที่ทำทั้งกรรมดีและชั่วเอาไว้ทั้งสิ้น..และสีดำที่ปรากฎห่อหุ้มดวงจิต ก็แสดงถึงกรรมดีกรรมชั่วที่แต่ละดวงจิตได้กระทำเอาไว้มากบ้างน้อยบ้าง แตกต่างกัน และทุกเหตุการณ์ที่กระทำในชาติต่าง ๆ นั้นได้ถูกบันทึกเอาไว้ในดวงจิตทั้งหมดทั้งสิ้นดังนั้นดวงจิตของมนุษย์นี้ก็เปรียบเสมือน เทป ที่ไม่มีวันกรอกลับ มีแต่บันทึกไปข้างหน้าอย่างเดียวเท่านั้น..ดังนั้นไม่ว่าเราจะเศร้า.. จะดีใน จะมีความสุข ทุกอย่างจะทำให้ดวงจิตนี้สั่นสะเทือนและเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในทุกเวลานาที..สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ก่อให้เกิดแรงผลักในด้านลบเกิดขึ้นในดวงจิดและทำให้เป้นพลังงานที่ประทุอยู่มากมายด้านในทำให้มนุษย์ ทำสิ่งที่คาดไม่ถึงและตกอยู่ภายใต้อารมณ์ ของความต้องการด้านไม่ดี ๆ ถ้าทำให้ดวงจิตสั่นสะเทือนในด้านไม่ดีและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และเป้นสาเหตุให้มนุษย์หลายต่อหลายคน ทำผิด ร้ายแรงอย่างไม่น่าจะให้อภัย ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากพลังงานทั้งหลายที่เป็นพลังงานที่แท้จริงที่อยู่ภายในแกนในของดวงจิตมนุษย์ เป็นพลังงานจิตดี ที่อยู่เหนือการควบคุมถูกกำซาบไปด้วยอารมณ์ ที่ดำมืดและซึมซับไปจนเกือบจะเป็นส่วนเดียวกัน..แต่ ยังไม่เป็นส่วนเดียวกันในส่วนสำคัญภายในเพราะว่าส่วนที่ลึกที่สุดที่เป้นส่วนที่ก่อกำเนินพลังงานไม่ได้ถูกควบคุม..และเป้นธรรมชาติของดวงจิตที่จะต้องพยายามสะบัดเอาสิ่งที่ห่อหุ้มนี้ออกตลอดเวลา แต่ว่าทำไม่ได้ ดังนั้นก็กลับกลายเป็นว่า กลายเป็นแรงเหวี่ยงพลังงานด้านลบออกไปแทน ดังนั้นเราจึงเห็นอารมณ์ที่รุนแรงออกไปแทนที่ในเมื่อดวงจิตเหล่านั้นถูกครอบงำด้วยอารมณ์.ความอยากและความต้องการมากมาย ..ดังนั้นมนุษย์ จึงมีแต่ความต้องการที่จะระบายทุกสิ่งทุกอย่างออกไป บางคนเอาอารมณ์ต่าง ๆ ไประบายกับคนที่อ่อนแอกว่าเป็นต้น..หรือทำร้ายคนอื่นเพื่อระบายอารมณ์..นี่เป้นสิ่งที่ดวงจิตเกิดการสั่นสะเทือนในด้านลบนั้นเอง..จึงเกิดแรงเหวี่ยงในด้านลบออกมาทันที..ถ้าเรารู้เท่าทันดวงจิต..เราสามารถหยุดการสั่นสะเทือนนี้ได้..ถ้าเราพยายามขจัดสิ่งที่เป้นด้านลบในดวงจิต..ความอยาก..ความมืดดำที่ห่อหุ้มดวงจิต..ถ้าถูกขจัดออกไปได้อย่างถูกวิธี จะสามารถทำให้การสั่นเสทิอนของดวงจิตลดน้อยลงไป..และแรงเหวี่ยงในด้านลบก็ลดน้อยลงไปด้วย..วิธีที่ดีที่สุดในวิธีพุทธก้ได้สอนเอาไว้มากมาย..ถ้าเริ่มในการพิจารณาดวงจิด..มองเห็นดวงจิตของตนเสียก่อนว่ามีพลังงานในด้านลบครอบงำมากมายเท่าไร..และพยายามหยุดและลอกเอาพลังงานในด้านลบนั้นออกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เราจะเข้าใจโลกได้มากและเกิดปัญญารับมือกับสิ่งต่าง ๆ และก็ดวงจิตของเราก็จะมีพลังมากขึ้น ๆ จนทำในสิ่งที่วิเศษมากมายได้..เพราะจิตเดิมของเรามหัศจรรย์มาก..จนสามารถทำให้ไม่เกิดความขัดแย้งใด ๆให้เกิดขึ้นในโลกมนุษย์นี้ได้มากมายเลยทีเดียว ถ้าใครเชื่อ..ก็จงหันไปพิจารณาดวงจิตของตนให้เร็ววันเถอะ..แล้วพิจารณาดูว่ามันจริงหรือไม่..

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556

เมื่อคุณป้าเห็นผี..

วันหนึ่งของอีกหลายร้อยวันในชีวิตป้า..ถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านพ้นไปยาวนานเท่าไร..ไม่มีสักครั้งเดียวในชีวิตที่เกิดเหตุการณ์ที่น่าขนหัวลุกแบบนี้เลย..เรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อ ป้าไปเยี่ยมคุณยาย ที่กำแพงเพชร ..คุณยายที่เป็นแม่แท้ ๆ ของป้า แก่มากแล้ว..พักอาศัยกับลูกสาว..ที่เป็นพี่สาวของป้าที่กำแพงเพชร...วันนั้นป้าไปเยี่ยมและนอนค้างที่บ้านของพี่สาวโดย พักอาศัยอยู่ห้องเดี่ยวกับคุณยาย ในคืนแรกไม่มีเหตุการณ์อะไร..ทุกอย่างปรกติดี..จนมาวันที่ สอง ในเวลาประมาณ 18.00 น ในเวลาโพล้เพ้ล..ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญ มาเยือน..เรา..ซึ่งแขกที่ไม่ได้รับเชิญนั้นมีป้าเพียงคนเดียวที่เห็นมัน..ป้าไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไรดี..ถ้าจะให้บรรยายรูปร่างลักษณะของมันไม่รู้ว่าจะอธิบายได้ชัดเจนหรือป่าวเพราะว่าสิ่่งที่ป้าเห็นนั้น มันมีลักษณะเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้กลม ๆขนาดเท่าลูกฟุตบอล มีขนยาว ๆฟู ๆสีขาวอมเหลือง มีปาก มีตา โปนใหญ่ ๆ มีเปลือกตาปิดเปิดเป็นลักษณะที่เป็นหนังตาบาง ๆ แล้วที่ปาก ป้าคิดว่านะมันใช้ทั้ง กินและถ่าย ในช่องเดียวกันแน่ ๆ เพราะว่าเลอะเทอะแประเปื้อนไปด้วยอุจจาะสกปรกมาก..ๆ ป้าได้กลิ่นเหม็นด้วยนะ..เจ้าตัวนี้นะ..มันไม่มีขา..มันกลิ่งไปมา เพื่อที่จะเข้่ามาในบ้านของพี่สาวป้า..ด้วย แกล้งหลบทางโน่นที ทางนี้ที เพื่อจะเข้ามาใกล้ป้า ตอนนั้นป้านั่นคุยอยู่กับคุณยาย..และมองเห็นการมาเยือนของมันตลอดเวลา..ป้าทำอะไรไม่ถูกเลยคะ ได้แต่นั่งกอดขาคุณยาย ตกตะลึงอยู่อย่างงั้น ปากก็ร้องไม่ออก..ตอนนั้นคิดพึ่งแต่คุณยายอยู่อย่างเดียวด้วยไม่รู้ว่านี่มันตัวอะไรกันแน่ จนกระทั่งมันกลิ้งมาใกล้มาจนเห็นรูปร่างลักษณะมันชัดเจนมาก..แล้วใจของป้าก็ รู้สึกขึ้นมาทันใดเลยว่าตัวนี้ เป็นสัตว์นรกชนิดหนึ่งและ สำนึกรู้เลยด้วยว่า มันเป็นวิญญาณ ของฝรั่งคนหนึ่งที่โดนภรรยาขับรถชนตายที่กำแพงเพชรนั่นแหละ ถ้าทุกคนเคยอ่านหนังสือพิมพ์จะจำได้ว่าลงหน้าหนึ่งครึกโครมมากเลย..เมื่อนานมาแล้วละ และฝรั่งคนนี้ปลูกบ้านใกล้กับบ้านของพี่สาวป้านั่นเอง..เมื่อป้ารู้แบบนั้นจึงกำหนดจิตทำสมาธิแผ่เมตตาให้มันเป็นการใหญ่..และบอกให้คุณยายแผ่เมตตาให้กับมันด้วย..สักพักมันก็หายวับไปทันที..หลาน ๆ ทั้งหลายคิดว่าเป็นจริงอย่างป้าเล่าหรือป่าวและใครเคยเห็นแบบป้าบ้างช่วยบอกที

ธรรมเดลิเวอรี่_4


ธรรมเดลิเวอรี่_3


ธรรมเดลิเวอรี่_2